ในโลกยุคโลกาภิวัฒน์เช่นปัจจุบัน ที่ทุกอย่างมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เทคโนโลยีมีการพัฒนาและถูกนำมาใช้กันอย่างแพร่หลาย ดังนั้นผู้ประกอบการรายใดที่ไม่มีการปรับตัว ไม่มีการพัฒนา และคิดแต่เพียงว่า ความรู้ที่ตนเองมีอยู่ หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า Tacit Knowledge นั้นเพียงพอแล้ว จะทำให้ผู้ประกอบการรายนั้นประสบปัญหายุ่งยากตามมาอย่างมากมาย ทั้งนี้เนื่องจากว่าความรู้ที่มีอยู่ในตนเอง (Tacit Knowledge) ไม่เพียงพอต่อการดำเนินธุรกิจ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเพิ่มเติมความรู้ที่เกิดจากภายนอกองค์กร หรือ ความรู้ที่เกิดจากการค้นคว้าเพิ่มเติม เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า Explicit Knowledge โดย Explicit Knowledge นี้ จะเป็นความรู้ที่เกิดจากการเรียนรู้ พัฒนา สังเคราะห์ นำมาใช้ประโยชน์ รวมถึง การพัฒนาอย่างต่อเนื่อง หรือ เป็นองค์ความรู้จากภายนอกองค์กรที่สามารถนำมาใช้ได้ทันที แต่ที่ผ่านมาผู้ประกอบการ SMEs ส่วนใหญ่จะใช้เพียงองค์ความรู้ประเภท Tacit Knowledge จึงทำให้ผู้ประกอบการSMEs มีความด้อยในการแข่งขัน ไม่สามารถแข่งขันกับคู่แข่งได้ ทั้งนี้อาจเนื่องจากสาเหตุหลายประการ อาทิ เช่น การขาดการเข้าถึงแหล่งความรู้ การขาดโอกาสในการเรียนรู้ การไม่ทราบถึงแหล่งองค์ความรู้

วงจรชีวิตผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม SMEs จากจุดเริ่ม Start up จากความชอบ ความถนัดส่วนตัว หรือบางรายอาจเกิดจากการเรียนรู้แบบครูพักลักจำ ทำธุรกิจเล็ก ๆ โดยเติมความขยันเมื่อเริ่มต้น ธุรกิจเริ่มขึ้นจากจุดเล็ก ๆ เติบโตด้วยยอดขาย ขณะที่บางรายอาจล้มหายตายจากโลกธุรกิจ เพราะขาดจุดเด่นในการเสนอขายต่อตลาด ขาดจุดขาย ไม่มีตลาด ใน ขณะที่บางราย ใช้จุดเด่นของสินค้า บวกจุดแข็งของบุคลิกเจ้าของธุรกิจ รู้จักแสวงหาโอกาสจากหน่วยงานต่าง ๆ เอาตัวรอดเติบโต รู้จักจังหวะ รู้จักรอคอยโอกาส และที่สำคัญรู้จักการใช้โอกาสเพื่อสร้างธุรกิจ

ความสำเร็จของผู้ประกอบการขนาดเล็กเหล่านี้ มีปัจจัยสำคัญ คือ การเรียนรู้ และการได้รับโอกาส จากความสัมพันธ์ และการมีเครือข่ายที่ดี มีเป้าหมายในการสร้างธุรกิจบนพื้นฐานการเรียนรู้ การเติมความรู้ตลอดเวลา โดย “พี่เลี้ยงธุรกิจ” ซึ่งหมายถึงหน่วยงานต่าง ๆ คำถาม คือ “ทำอย่างไรให้ผู้ประกอบการกลุ่ม start up สามารถเข้าใจและเรียนรู้กระบวนการปัจจัยแห่งความสำเร็จในธุรกิจได้?” หากสามารถทำให้ผู้ประกอบการกลุ่มนี้ มีขีดความสามารถในการประกอบการ ก้าวข้ามระดับต้นหรือ start up สู่ระดับการเจริญเติบโตได้ จะทำให้เป็นผลดีต่อความยั่งยืนและการขยายตัวสู่การจดทะเบียนในระบบต่อไป

การพัฒนาบุคลากรเพื่อ SMEs มุ่งพัฒนาคน SMEs ให้มีขีดความสามารถ และความเข้าใจในบริบทงานการส่งเสริมและพัฒนา SMEs ใน สังคมไทยเชิงบูรณาการ โดยเลือกในกลไกสำคัญ คือ ความสามารถของบุคคล (ผู้ประกอบการ) กับ ความสามารถเชิงวิชาการ (สถาบันอุดมศึกษา) ก่อให้เกิดความเข้าใจในบริบทของปัญหาอุปสรรค ความต้องการของผู้ประกอบการ ตลอดจนสร้างความร่วมมือในรูปของที่ปรึกษาระดับต้นจากสถาบันการศึกษา ซึ่งรวบรวมองค์ความรู้ งานวิจัย และการบริการวิชาการ สู่การประกอบการ หรือจะเรียกว่า การนำงานวิจัยจากหิ้ง ในสถาบัน สู่ ห้างร้าน ของผู้ประกอบการเพื่อประโยชน์เชิงพาณิชย์

ความรู้เบื้องต้นในการประกอบกิจการธุรกิจที่ดี

ธุรกิจมีอิทธิพลอย่างมากต่อชีวิตประจำวันและมีความจำเป็นต่อเศรษฐกิจ ทั้งนี้เนื่องจากมนุษย์มีความต้องการเป็นพื้นฐาน และเพื่อขวานขวายให้ได้มาซึ่งสิ่งต่าง ๆ สำหรับมาบำบัดความต้องการของตนเองและครอบครัว จึงก่อให้เกิดกิจกรรม (Activities) ประเภทต่าง ๆ ที่ถือว่าเป็นธุรกิจขึ้น ธุรกิจจึงเกิดขึ้นโดยมีจุดมุ่งเพื่อจะบำบัดหรือสนองความต้องการของมวลมนุษย์นั่นเอง ธุรกิจเป็นพลังผลักดันที่ครอบคลุมไปทั่วสังคมของมนุษย์ เป็นที่ก่อให้เกิดการว่าจ้างแรงงาน เป็นแหล่งที่ใช้ทรัพยากรมากที่สุด เป็นแหล่งที่ก่อให้เกิดรายได้และภาษีอากร ซึ่งแต่ละปัจจัยดังกล่าวนี้มีอิทธิพลที่จะก่อให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจและสังคม ความสำเร็จของธุรกิจขึ้นอยู่กับความสามารถและความชำนาญของมนุษย์ตลอดจน สุขภาพและความคิดอ่าน เพราะพลังคนเป็นสิ่งสำคัญในการประกอบการ อย่างไรก็ตามธุรกิจต่าง ๆ นั้นมิได้ตั้งขึ้นแต่เพียงเพื่อแสวงหากำไรเท่านั้น หากยังได้ทำประโยชน์ให้กับสังคมโดยการจัดให้มีสินค้าและบริการสนองตอบความ ต้องการของสังคมด้วย

คำว่า “ธุรกิจ” ตรงกับคำในภาษาอังกฤษว่า “Business” ซึ่งมาจากคำว่า Busy ที่แปลว่า ยุ่ง, วุ่น, มีงานมาก, มีธุระยุ่ง ดังนั้นธุรกิจจึงเป็นเรื่องที่จะต้องคิด ต้องแก้ปัญหา และต้องพัฒนาอยู่ตลอดเวลาความจริงคำว่า ธุรกิจ นี้เป็นคำกลาง ๆ ไม่ได้หมายความว่าเป็นเรื่องของเอกชนหรือของรัฐบาล และกิจกรรมต่าง ๆ ที่กระทำกันโดยทั่ว ๆ ไปนั้นก็ถือว่าเป็นธุรกิจ เพียงแต่เวลาที่เราพูดถึงธุรกิจเรามักจะรับรู้ว่าเป็นเรื่องของเอกชน เป็นเรื่องของการมุ่งหวังกำไร เพราะฉะนั้นความหมายที่รับรู้กัน ณ วันนี้ก็คือว่า ธุรกิจเป็นเรื่องของกิจการที่เข้ามารับความเสี่ยง ความหมายของธุรกิจหมายถึง กิจกรรมทุกสิ่งทุกอย่างซึ่งมีความเกี่ยวพันในวงการของสถาบัน เพื่อที่จะจำหน่ายและให้บริการภายใต้กฎเกณฑ์ที่ได้กำหนดไว้ โดยมีความสัมพันธ์กับบริการอื่นและกลุ่มผู้ทำงานร่วมมือให้บรรลุถึงจุดหมาย อันเดียวกัน คือ ความสำเร็จของหน่วยงาน

การประกอบธุรกิจ หมายถึง การผลิตสินค้าและบริการ และการนำสินค้าและบริการนั้นมาจำหน่ายให้แก่ผู้บริโภค ฉะนั้นถ้าการผลิตสินค้าหรือบริการนั้น ๆ ได้ถูกนำมาใช้บริโภคเอง ไม่ได้นำไปขายหรือจำหน่ายจึงเรียกว่า การอุปโภคบริโภค (Consumption) ของตนเอง แต่ถ้าการผลิตสินค้าและบริการได้ถูกนำไปขายหรือจำหน่ายต่อไปจึงเรียกว่า การค้า สรุปก็คือว่า ธุรกิจ เป็นกระบวนการดำเนินกิจกรรมทางด้านการผลิต การจำหน่าย และการให้บริการนั่นเอง ผู้ประกอบธุรกิจแทบทุกประเภทมีวัตถุประสงค์ที่สำคัญอย่างเดียวกัน คือ ต้องการกำไร แต่ธุรกิจไม่ควรมุ่งกำไรสูงสุด เพราะธุรกิจควรมีหน้าที่ในการรับผิดชอบต่อสังคมด้วย นอกจากนี้ยังมีธุรกิจบางอย่างที่ตั้งขึ้นมาโดยไม่มุ่งหวังผลกำไร เช่น กิจการไฟฟ้า ประปา การเดินรถประจำทาง โรงพยาบาล สถาบันการศึกษา เป็นต้น

ธุรกิจเป็นองค์กรที่จัดตั้งขึ้นเพื่อดำเนินงานในการสนองความต้องการของผู้บริโภคหรือประชาชนโดยนำทรัพยากรต่างๆ มาเข้ากระบวนการที่เรียกว่า “การดำเนินธุรกิจ” ซึ่งธุรกิจเหล่านั้นมีผลต่อการพัฒนาประเทศและสังคม การประกอบธุรกิจต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจประเภทใดก็ตาม สิ่งที่ผู้ประกอบธุรกิจต้องการ คือกำไรแต่นอกเหนือจากกำไรแล้ว ยังมีสิ่งอื่นอีกที่ธุรกิจจะต้องคำนึงถึง เช่น ความรับผิดชอบต่อผู้บริโภค ความรับผิดชอบต่อสังคม ความรับผิดชอบต่อลูกจ้างพนักงาน ฯลฯ ความสำเร็จของธุรกิจขึ้นอยู่กับความสามารถและความชำนาญของมนุษย์ตลอดจนสุขภาพและความคิดอ่าน เพราะพลังคนเป็นสิ่งสำคัญในการประกอบการ

การประกอบธุรกิจ เป็นการผลิตสินค้าและบริการ และการนำสินค้าและบริการนั้นมาจำหน่ายให้แก่ผู้บริโภค ฉะนั้นถ้าการผลิตสินค้าหรือบริการนั้นๆได้ถูกนำมาใช้บริโภคเอง ไม่ได้นำไปขายหรือจำหน่ายจึงเรียกว่า การอุปโภคบริโภคของตนเอง แต่ถ้าการผลิตสินค้าและบริการได้ถูกนำไปขายหรือจำหน่ายต่อไปจึงเรียกว่า การค้า / การประกอบธุรกิจ กลายเป็นกระบวนการดำเนินกิจกรรมทางด้านการผลิต การจำหน่าย และการให้บริการนั่นเอง

ปัจจัยพื้นฐานในการดำเนินธุรกิจ

1.คน (Man) ถือว่าเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุด เพราะธุรกิจต่างๆเกิดขึ้นได้ต้องอาศัยความคิดของคน มีคนเป็นผู้ดำเนินการหรือเป็นผู้จัดการ จึงจะทำให้เกิดกิจกรรมทางธุรกิจหลายรูปแบบ

2.เงิน (Money) เป็นปัจจัยในการดำเนินธุรกิจอีกชนิดหนึ่งที่ต้องนำมาใช้ในการลงทุน เพื่อให้เกิดการประกอบธุรกิจโดยธุรกิจแต่ละประเภทใช้ปริมาณเงินทุกที่แตกต่างกัน

3.วัสดุหรือวัตถุดิบ (Material) ในการผลิตสินค้าต้องอาศัยวัตถุดิบในการผลิตค่อนข้างมาก ผู้บริหารจึงต้องรู้จักการบริหารวัตถุดิบให้มีประสิทธิภาพ เพื่อให้เกิดต้นทุนด้านวัตถุดิบต่ำสุด อันจะส่งผลให้ธุรกิจมีผลกำไรสูงสุดตามมา

4.วิธีปฎิบัติงาน (Method) เป็นวิธีการในการปฎิบัติงานในแต่ละขั้นตอนของการดำเนินธุรกิจ ซึ่งต้องมีการวางแผนและควบคุม เพื่อให้การปฎิบัติงานมีประสิทธิภาพ เกิดความคล่องตัว สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมทั้งภายในและภายนอกกิจการ

เทรนด์ของธุรกิจแต่ละอย่างจะมีระยะเวลาของมันไม่เท่ากัน

สิ่งที่เป็นพื้นฐานของปัจจัยการบริโภคของมนุษย์จะมีการเปลี่ยนแปลงที่ช้าหน่อย แต่ในลักษณะที่เป็นเทคโนโลยีนั้นจะมีความเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว การเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วก็สามารถสร้างธุรกิจเกิดใหม่ได้พบกับความสำเร็จที่รวดเร็ว แต่มีมันมีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นแล้วธุรกิจไม่สามารถปรับตัวตามได้ทัน ในฐานะนักลงทุนก็ต้องตัดสินใจอย่างรวดเร็วว่าจะเดินไปต่อในทางไหน สำหรับผู้ที่ไม่ชอบการเปลี่ยนแปลงก็อาจจะเลือกธุรกิจอย่างๆ ตามปัจจัยพื้นฐานความต้องการของมนุษย์ในการลงทุน

Powered by WordPress | Theme by RoseCityGardens.com